“เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่” ชี้ “โรงเรียนไม่ใช่คุก” ยื่นสามข้อเรียกร้องยุติใช้ความรุนแรงในโรงเรียน
เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่ ออกแถลงการณ์สามข้อ เรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน พร้อมลงโทษทางวินัยและทางกฎหมายกับครูผู้กระทำการตัดผมและเฆี่ยนนักเรียน รวมทั้งให้สถานศึกษาเคารพสิทธิมนุษยชน และสิทธิเด็ก
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่ นำโดย ว่าที่ร้อยตรีประเสริฐ หงวนสุวรรณ นายอาทิตย์ ขวัญยืน ได้เดินทางมาที่บริเวณหน้าโรงเรียนร้องกวางอนุสรณ์ ต.ร้องเข็ม อ.ร้องกวาง จ.แพร่ หลังจากได้มีการ โพสผ่านโลกออนไลน์ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 ว่า มีการใช้ความรุนแรงกับเด็กนักเรียนในโรงเรียนร้องกวางอนุสรณ์ เนื่องจากมีการลงโทษด้วยการตัดผมให้เป็นรอยโหว่และด้วยการเฆี่ยน ส่วนสาเหตุมาจากการไว้ผมที่ยาวเกินระเบียบของทางโรงเรียน
มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ร้องกวาง และฝ่ายปกครองอำเภอร้องกวาง โดย นายสมเกียรติ อาจสังข์ นายอำเภอร้องกวาง ได้มอบหมายให้ นางนิษฐา ขันทสิมา ปลัดอำเภอร้องกวาง เข้ามาดูแลความเรียบร้อยบริเวณหน้าโรงเรียนร้องกวางอนุสรณ์และบันทึกเพื่อรายงานให้กับ นายธาตรี บุญมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่
ว่าที่ร้อยตรี ประเสริฐ หงวนสุวรรณ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1-3ของโรงเรียนร้องกวางอนุสรณ์ ในช่วงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 ต่อมานักเรียนที่ถูกตัดผมให้มีรอยแหว่งได้ร้องเรียนมาที่ เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่ เบื้องต้นคาดว่ามากกว่า 30 คน บางรายถูกเฆี่ยน เนื่องจากไม่เห็นด้วยต่อการกระทำดังกล่าวจึงได้เปิดเวทีปราศรัยบริเวณหน้าโรงเรียนร้องกวางอนุสรณ์ เพื่อเรียกร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษา โดยเฉพาะกรณีนี้ มีการร้องเรียนมาสามปีติดต่อกัน
ต่อมา นายอาทิตย์ ขวัญยืน แกนนำเครือข่ายประชาธิปไตยแพร่ ได้กล่าวปราศรัยว่า เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่ วันนี้ได้จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ขึ้น พร้อมออกแถลงการณ์ 3 ข้อเรียกร้องผ่านไปถึง กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแพร่ ที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่โดยตรง และโรงเรียนร้องกวางอนุสรณ์ ข้อเรียกร้องมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
ข้อ 1. เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแพร่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงต่อนักเรียน ผู้ปกครองและประชาชนอย่างเร่งด่วน
ข้อ 2. เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่เรียกร้องให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายและเอาผิดทางวินัยกับครูผู้กระทำผิดอย่างเป็นธรรมต่อนักเรียนซึ่งเป็นเหยื่อผู้ถูกกระทำ
ข้อ 3. เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่เรียกร้องให้โรงเรียนและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน เคารพและปฏิบัติตามหลักการสิทธิมนุษยชนสากล และกฎหมายคุ้มครองสิทธิเด็กตามที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้อย่างเคร่งครัด
นายอาทิตย์ ขวัญยืน กล่าวอีกว่า เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่ขอยืนเคียงข้างนักเรียนทุกคน ทุกระดับชั้น ทุกโรงเรียน เพื่อต่อสู้กับระบอบอำนาจนิยมที่กดทับภายในสถานศึกษา และเน้นย้ำว่า “ครูไม่มีสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกายของนักเรียน โรงเรียนไม่ใช่คุก สถานศึกษาต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับพัฒนาการด้านความคิด สติปัญญา และความฉลาดทางอารมณ์อย่างสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชนตามหลักการสิทธิมนุษยชนสากล ภายในสถานศึกษาจะต้องปลอดจากการใช้อำนาจนิยมและความรุนแรงทุกรูปแบบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยแพร่ ได้ขอให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่เกี่ยวข้อในเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนของเด็กนักเรียนให้คำตอบภายใน 7 วัน หากไม่มีความเคลื่อนไหวในการชี้แจงออกมา จะดำเนินการร้องเรียนไปที่ กระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ที่เห็นต่างสามารถติดต่อเพื่อแสดงความคิดเห็นได้